321
KHON KAEN AGR. J. 45 SUPPL. 1 : (2017). KHON KAEN AGR. J. 45 SUPPL. 1 : (2017). แก่นเกษตร 45 ฉบับพิเศษ 1 : (2560).
การใช้เอทธิลีนในการเพิ่มประสิทธิภาพการกรีดยางพารา
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Use of ethylene stimulation to enhancing the rubber tapping in northeast Thailand
ยุวดี สามิลา
1, สุภัทร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
1, 4,*, สมยศ มีทา
1, พิสมัย จันทุมา
2และ Regis Lacote
3 Yuwadee Samila1, Supat Isarangkool Na Ayutthaya1,4,*, Somyot Meetha1,Pisamai Chantuma2, and Regis Lacote3
บทคัดย่อ: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยางพาราสายพันธุ์ RRIM 600 ในพื้นที่ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยใช้การลดจ�านวนครั้งกรีดร่วมกับเอทธิลีนต่อผลผลิตยางพารา ด�าเนินการวิจัย ในอ�าเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น อ�าเภอสตึก และอ�าเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ ท�าการทดสอบระบบกรีด 2 ระบบ คือ ระบบกรีดตามวิธีเกษตรกร (S/3 2d/3) ระบบกรีดลดวันกรีดร่วมกับการใช้เอทธิลีน (S/3 d3 ET 2.5%) โดยท�าการศึกษาใน เดือนสิงหาคม 2559 พบว่า ระบบกรีดแบบลดวันกรีดร่วมกับการใช้เอทธิลีน สามารถลดจ�านวนวันกรีด และท�าให้ปริมาณ ผลผลิตต่อครั้งกรีดเพิ่มขึ้น แต่ผลผลิตยางก้อนถ้วยโดยรวมของทั้งสองระบบกรีดไม่มีความแตกต่างทางสถิติ ซึ่งถือได้ ว่าการลดวันกรีดร่วมกับการใช้เอทธิลีนสามารถชดเชยการลดลงของผลผลิตจากการลดจ�านวนวันกรีดในระบบเกษตรกร ได้ อย่างไรก็ตามควรมีการทดลองในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นเพื่อให้ทราบศักยภาพของระบบการลดการกรีดร่วมกับการ ใช้ เอทธิลีนต่อประสิทธิภาพการผลิตยางพาราสายพันธุ์ RRIM 600 ค�ำส�ำคัญ: การกรีดยาง, เอทธิลีน, ผลผลิตยางก้อนถ้วย, ยางพาราสายพันธุ์ RRIM 600
ABSTRACT: The objective of this work was to enhance the rubber tree clone RRIM 600 productivity in northeast
Thailand by reduction of tapping frequency with ethylene. The experimental sites were in Ubonrat district, Khon Kaen province as well as Satuk distric and Kaen Dong district, Buriram province. The 2 tapping systems: S/3 2d/3 (farmer’s system) and S/3 d3 ET 2.5% (low tapping frequency; LS), were compared in August 2016. The result showed that LS reduced the number of tapping day, but increased the yield per tapping. However, the total of cup lump yield of both tapping systems was not significantly different at this short term experiment. This result indicated that the LS system could compensate the loss of yield from the reduction of tapping day. However, the experiment is going on to survey the possible impact of LS on farm productivity.
Keywords: rubber tapping, Ethylene, Cup lump yield, rubber tree clone RRIM 600
1 ภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากรการเกษตรคณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น
Department of Plant Science and Agricultural Resources, Faculty of Agriculture, Khon Kean University
2 ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา ฉะเชิงเทรา
Chachoengsao Rubber Research Center, Chachoengsao
3 CIRAD, UPR, Tree Crop-Based Systems, Avenue d’Agropolis, TA B/34, Montpellier F-34000, France
4 กลุ่มวิจัยการพัฒนาองค์ความ รู้ทางด้านยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอนแก่น 40002
Knowledge Development of Rubber Tree in Northeast research group (KDRN-KKU), Khon Kaen University
322 แก่นเกษตร 45 ฉบับพิเศษ 1 : (2560). บทน�ำ ยางพารา (Hevea brasiliensis) เป็นพืชที่เจริญ เติบโตได้ดีในเขตอากาศร้อนชื้น โดยเฉพาะแถบเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกยางพาราที่ส�าคัญ ของโลก ประเทศผู้ผลิตหลัก ได้แก่ ไทย มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ส�าหรับประเทศไทยยางพาราเป็นพืชที่มี ความส�าคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ประเทศไทยมีการปลูกยางพาราครั้งแรกที่จังหวัดทาง ภาคใต้ ต่อมาเริ่มมีการส่งเสริมให้ปลูกเพิ่มมากขึ้นใน ภาคกลาง ภาคเหนือ รวมไปถึงภาคตะวันออกเฉียง เหนือในปี พ.ศ.2557 ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยางพารา ประมาณ 17.73 ล้านไร่ และปี พ.ศ.2558 พื้นที่ปลูก ยางพาราทั้งประเทศมีพื้นที่ประมาณ 18 ล้านไร่ การส่ง ออกยางพาราสามารถท�ารายได้ให้กับประเทศปีละ หลายล้านบาท และมีเกษตรกรตลอดจนผู้ที่ท�าธุรกิจ เกี่ยวข้องกับยางพาราประมาณ 1 ล้านครอบครัว เป็น จ�านวนไม่น้อยกว่า 6 ล้านคน (ส�านักงานเศรษฐกิจ การเกษตร, 2557) โดยที่ประเทศไทยมีการส่งออก ยางพาราในปี 2557 และ 2558 ประมาณ 3.77 และ 3.74 ล้านตัน ตามล�าดับ (สถาบันวิจัยยาง, 2558) ปัจจุบันราคายางพาราลดลงอย่างต่อเนื่อง ท�าให้เกษตรกรหลายรายต้องลดค่าใช้จ่ายในการ จัดการสวนยางพารา และการเปิดกรีด รวมทั้งแรงงาน รับจ้างกรีดยางที่ลดลง ดังนั้นเทคโนโลยีที่น่าจะเหมาะ สมส�าหรับเกษตรกรผู้ปลูกยางในปัจจุบัน คือ การลด การกรีดถี่เพื่อลดเวลาท�างานในแปลงยาง ท�าให้ สามารถมีเวลาท�ากิจกรรมอื่นๆ เพื่อเพิ่มรายได้ของ เกษตรกร ซึ่งเทคนิคหนึ่งคือการใช้เอทธิลีนเพื่อกระตุ้น การไหลของน�้ายางร่วมกับการลดวันกรีด (Soumahin et al., 2009; Soumahin et al., 2010; Traore et al., 2011) ซึ่งวิธีการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกร สามารถได้ผลผลิตในปริมาณที่ไม่ลดลง อย่างไรก็ตาม วิธีการลดจ�านวนวันกรีดร่วมกับการใช้เอทธิลีนยังไม่ เคยทดสอบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีเป็นพื้นที่ แห้งแล้งกว่าแหล่งปลูกยางในภาคใต้และภาคตะวัน ออก ดังนั้นในการศึกษาวิจัยครั้งนี้จึงต้องการทดสอบ เทคโนโลยีดังกล่าวในรูปแบบการวิจัยในแปลง เกษตรกร (on farm research) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตยางพาราสายพันธุ์ RRIM 600 และเพื่อ ทดสอบความเป็นไปได้ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีดัง กล่าวต่อไป วิธีกำรศึกษำ คัดเลือกพื้นที่ปลูกยางพาราสายพันธ์ RRIM 600 จ�านวน 2 จังหวัด คือ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัด ขอนแก่น เลือกสวนยางพาราจังหวัดละ 3 แปลง รวม เป็น 6 แปลง วางแผนการทดลองแบบ T-test มี 2 ทรีต เมนต์ (ระบบกรีด) คือ ระบบกรีดตามวิธีเกษตรกร (S/3 2d/3; farmer’s system) และระบบกรีดแบบลดวันกรีด ร่วมกับการใช้เอทธิลีน (S/3 d3 ET 2.5%) ในแต่ละ แปลงเลือกต้นตัวแทนในแต่ละระบบกรีดจ�านวนระบบ ละ 30 ต้น ท�าเครื่องหมายติดไว้ที่ต้น เพื่อใช้เป็น สัญลักษณ์ในการเก็บข้อมูล ท�าการเก็บข้อมูลจ�านวน วันกรีด และปริมาณผลผลิต ในเดือนสิงหาคม 2559 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยางพาราสายพันธุ์ RRIM 600 และศึกษาความเป็นไปได้ในการน�าระบบ กรีดยางแบบลดการกรีดถี่มาปรับใช้ในภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ผลกำรศึกษำและวิจำรณ์ จ�ำนวนวันกรีด การศึกษาจ�านวนวันกรีดทั้งสองระบบกรีด (Fig-ure 1) พบว่า ระบบกรีดแบบลดวันกรีดร่วมกับการใช้ เอทธิลีน (S/3 d3 ET 2.5%) สามารถลดจ�านวนวันกรีด ลงประมาณ 50% เมื่อเทียบกับระบบกรีดตามวิธี เกษตรกร (S/3 2d/3) ทั้งแปลงทดลองอ�าเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น อ�าเภอสตึก และอ�าเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของ ธวัชชัย และสายันต์ (2558) ที่พบว่าการกรีดยางร่วมกับการใช้ เอทธิลีน สามารถลดแรงงานได้มากกว่าระบบกรีดที่ เกษตรกรใช้ นอกจากนี้การกรีดแบบลดวันกรีดร่วมกับ
323
KHON KAEN AGR. J. 45 SUPPL. 1 : (2017).
การใช้เอทธิลีนยังช่วยลดความสิ้นเปลืองเปลือกด้วย ท�าให้มีผลต่ออายุการเปิดกรีดยางพารา และต้นยางมี ระยะเวลาในการสร้างเปลือกใหม่มากขึ้น Kudaligama et al. (2010) สัญลักษณในการเก็บขอมูล ทําการเก็บขอมูลจํานวนวันกรีด และปริมาณผลผลิต ในเดือนสิงหาคม 2559 เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิตยางพาราสายพันธุ RRIM 600 และศึกษาความเปนไปไดในการนําระบบกรีดยางแบบลดการกรีดถี่ มาปรับใชในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลการศึกษาและวิจารณ จํานวนวันกรีด การศึกษาจํานวนวันกรีดทั้งสองระบบกรีด (Figure 1) พบวา ระบบกรีดแบบลดวันกรีดรวมกับการใชเอทธิลีน (S/3 d3 ET 2.5%) สามารถลดจํานวนวันกรีดลงประมาณ 50% เมื่อเทียบกับระบบกรีดตามวิธีเกษตรกร (S/3 2d/3) ทั้ง แปลงทดลองอําเภออุบลรัตน จังหวัดขอนแกน อําเภอสตึก และอําเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย ซึ่งสอดคลองกับรายงานของ ธวัชชัย และสายันต (2558) ที่พบวาการกรีดยางรวมกับการใชเอทธิลีน สามารถลดแรงงานไดมากกวาระบบกรีดที่ เกษตรกรใช นอกจากนี้การกรีดแบบลดวันกรีดรวมกับการใชเอทธิลีนยังชวยลดความสิ้นเปลืองเปลือกดวย ทําใหมีผลตอ อายุการเปดกรีดยางพารา และตนยางมีระยะเวลาในการสรางเปลือกใหมมากขึ้น Kudaligama et al. (2010)
Figure 1 Effect of tapping systems on number of tapping time at rubber tree plantations in Buriram province
(a) and Khon Kaen province (b). Vertical error bars indicate the standard deviation.
ผลผลิตยางกอนถวยเฉลี่ยตอตน การศึกษาการลดจํานวนวันกรีดรวมกับการใชเอทธิลีนตอผลผลิตยางพาราสายพันธุ RRIM 600 (Figure 2) พบวา ระบบกรีดตามวิธีเกษตรกร (S/3 2d/3) และระบบกรีดแบบลดวันกรีดรวมกับการใชเอทธิลีน (S/3 d3 ET 2.5%) ใน แปลงทดลองจังหวัดบุรีรัมยและจังหวัดขอนแกน มีปริมาณผลผลิตเฉลี่ยตอตนใกลเคียงกันซึ่งจากผลการทดลองนี้ยืนยันวา การลดจํานวนวันกรีดรวมกับการใชเอทธิลีนมีแนวโนมไมทําใหผลผลิตยาพาราที่เกษตรกรไดรับลดลง แมจะมีการลด จํานวนวันกรีดลดลง และสอดคลองกับ ธวัชชัย และสายัณห (2558) รายงานวา การกรีดยางรวมกับการใชเอทธิลีนมี แนวโนมใหผลผลิตยางกอนถวยสะสมสูงกวาระบบกรีดที่เกษตรกรใช อยางไรก็ตามเมื่อมีการเปรียบเทียบผลผลิตจากแปลงทดลอง จังหวัดบุรีรัมย และจังหวัดขอนแกน พบวา ยางพาราที่ปลูกในจังหวัดบุรีรัมย มีผลผลิตโดยรวมเฉลี่ยตอตนสูงกวายางพาราที่ปลูกในจังหวัดขอนแกน ทั้งนี้อาจเกิดจาก การจัดการของเกษตรกรทั้งสองพื้นที่มีความแตกตางกัน จํานวนวันกรีดของแปลงยางพาราในจังหวัดบุรีรัมยมีจํานวนวัน - 5 10 15 20
Farmer’s system d3+Et2.5%
Number of tapping - 5 10 15 20
Farmer’s system d3+Et2.5%
Number of tapping
a b
Figure 1 Effect of tapping systems on number of tapping time at rubber tree plantations in Buriram province (a) and Khon Kaen province (b). Vertical error bars indicate the standard deviation. ผลผลิตยำงก้อนถ้วยเฉลี่ยต่อต้น การศึกษาการลดจ�านวนวันกรีดร่วมกับการใช้ เอทธิลีนต่อผลผลิตยางพาราสายพันธุ์ RRIM 600 (Figure 2) พบว่า ระบบกรีดตามวิธีเกษตรกร (S/3 2d/3) และระบบกรีดแบบลดวันกรีดร่วมกับการใช้ เอทธิลีน (S/3 d3 ET 2.5%) ในแปลงทดลองจังหวัด บุรีรัมย์และจังหวัดขอนแก่น มีปริมาณผลผลิตเฉลี่ยต่อ ต้นใกล้เคียงกันซึ่งจากผลการทดลองนี้ยืนยันว่าการลด จ�านวนวันกรีดร่วมกับการใช้เอทธิลีนมีแนวโน้มไม่ ท�าให้ผลผลิตยาพาราที่เกษตรกรได้รับลดลง แม้จะมี การลดจ�านวนวันกรีดลดลง และสอดคล้องกับ ธวัชชัย และสายัณห์ (2558) รายงานว่า การกรีดยางร่วมกับ การใช้เอทธิลีนมีแนวโน้มให้ผลผลิตยางก้อนถ้วยสะสม สูงกว่าระบบกรีดที่เกษตรกรใช้ อย่างไรก็ตามเมื่อมีการเปรียบเทียบผลผลิตจาก แปลงทดลอง จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดขอนแก่น พบ ว่ายางพาราที่ปลูกในจังหวัดบุรีรัมย์ มีผลผลิตโดยรวม เฉลี่ยต่อต้นสูงกว่ายางพาราที่ปลูกในจังหวัดขอนแก่น ทั้งนี้อาจเกิดจากการจัดการของเกษตรกรทั้งสองพื้นที่ มีความแตกต่างกัน จ�านวนวันกรีดของแปลงยางพารา ในจังหวัดบุรีรัมย์มีจ�านวนวันกรีดมากกว่าในจังหวัด ขอนแก่น ซึ่งเกิดจากจ�านวนวันฝนตกของทั้งสองพื้นที่ มีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษา ผลผลิตรวมต่อปีของทั้งสองพื้นที่เพื่อให้ทราบข้อจ�ากัด ของการผลิตยางพาราในแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน กรีดมากก การศึกษา Figure 2 ผลผลิตย วันกรีดรว เกษตรกร สามารถยื ขึ้น ทําใหผ Figure 3 -0.3 0.6 0.9 1.2 1.5
Cup lump weight
(Kg/tree) - 30 60 90 120 150
Cup lump weight
(g/ tree/tapping ) กวาในจังหวัดข าผลผลิตรวมตอ Effect of tap province (a ยางกอนถวยต จากการศึกษา มกับการใชเอท (P<0.05) ทั้ง ยืดเวลาการไหล ผลผลิตแตละค Effect of tap tree plantat standard de Farmer’s sy Farmer’s sy ขอนแกน ซึ่งเกิ อปของทั้งสองพื้ pping systems ) and Khon K อครั้งกรีด ผลของระบบก ทธิลีน (S/3 d งสองพื้นที่การท ลของน้ํายางให ครั้งกรีดเพิ่มสูงขึ้ pping systems ions in Burira eviation. ystem ystem ดจากจํานวนวั พื้นที่เพื่อใหทรา s on total cup aen province กรีดตอผลผลิตย d3 ET 2.5%) ทดลอง ซึ่งการ นานมากขึ้น (L ขึ้น และสามารถ s on cup lump m province (a d3+Et2.5% d3+Et2.5% a วันฝนตกของทั้ าบขอจํากัดของ p lump weight (b). Vertical e ยางกอนถวยตอ ) มีปริมาณผล รเพิ่มขึ้นของผล Lacote et al, 2 ถลดจํานวนวัน p weight in ea a) and Khon K สรุป
Cup lump weight
(Kg/tree) a Cu p lum p wei ght (g /tree/ta pp in g) ทั้งสองพื้นที่มีคว งการผลิตยางพ (Kg tree-1) at
error bars ind อตนตอครั้งกรีด ลผลิตยางกอนถ ลผลิตยางตอค 2010) สงผลให กรีดไดนอยลงก ach tapping ti Kaen province -0.3 0.6 0.9 1.2 1.5 Farm - 30 60 90 120 150 Far p p g (g pp g) วามแตกตางกั าราในแตละพื้น rubber tree p icate the stan ด (Figure 3) ถวยตอครั้งกรีด รั้งกรีดเกิดจาก ตนยางพาราผลิ กวาระบบกรีดที me (g tree-1 ta e (b). Vertical mer’s system rmer’s system กัน อยางไรก็ นที่อยางชัดเจน plantations in ndard deviatio พบวา ระบบก ี ดสูงกวาระบบก กคุณสมบัติของ ลิตน้ํายางไดปริ ที่เกษตรกรใช apping-1) at ru
error bars ind
d3+Et2 d3+E ตามควรมี น Buriram on. รีดแบบลด กรีดตามวิธี งเอทธิลีนที่ ริมาณมาก ubber dicate the .5% Et2.5%
Figure 2 Effect of tapping systems on total cup lump weight (Kg tree-1) at rubber tree plantations in Buriram
324 แก่นเกษตร 45 ฉบับพิเศษ 1 : (2560). ผลผลิตยำงก้อนถ้วยต่อครั้งกรีด จากการศึกษาผลของระบบกรีดต่อผลผลิตยาง ก้อนถ้วยต่อต้นต่อครั้งกรีด (Figure 3) พบว่า ระบบกรีด แบบลดวันกรีดร่วมกับการใช้เอทธิลีน (S/3 d3 ET 2.5%) มีปริมาณผลผลิตยางก้อนถ้วยต่อครั้งกรีดสูง กว่าระบบกรีดตามวิธีเกษตรกร (P<0.05) ทั้งสองพื้นที่ การทดลอง ซึ่งการเพิ่มขึ้นของผลผลิตยางต่อครั้งกรีด เกิดจากคุณสมบัติของเอทธิลีนที่สามารถยืดเวลาการ ไหลของน�้ายางให้นานมากขึ้น (Lacote et al, 2010) ส่งผลให้ต้นยางพาราผลิตน�้ายางได้ปริมาณมากขึ้น ท�าให้ผลผลิตแต่ละครั้งกรีดเพิ่มสูงขึ้น และสามารถลด จ�านวนวันกรีดได้น้อยลงกว่าระบบกรีดที่เกษตรกรใช้ กรีดมากก การศึกษา Figure 2 ผลผลิตย วันกรีดรว เกษตรกร สามารถยื ขึ้น ทําใหผ Figure 3 -0.3 0.6 0.9 1.2 1.5
Cup lump weight
(Kg/tree) - 30 60 90 120 150 Cup lump weight (g/ tree/tapping ) กวาในจังหวัดข าผลผลิตรวมตอ Effect of tap province (a ยางกอนถวยต จากการศึกษา มกับการใชเอท (P<0.05) ทั้ง ยืดเวลาการไหล ผลผลิตแตละค Effect of tap tree plantat standard de Farmer’s sy Farmer’s sy ขอนแกน ซึ่งเกิ อปของทั้งสองพื้ pping systems ) and Khon K อครั้งกรีด ผลของระบบก ทธิลีน (S/3 d งสองพื้นที่การท ลของน้ํายางให ครั้งกรีดเพิ่มสูงขึ้ pping systems ions in Burira eviation. ystem ystem ดจากจํานวนวั พื้นที่เพื่อใหทรา s on total cup aen province กรีดตอผลผลิตย d3 ET 2.5%) ทดลอง ซึ่งการ นานมากขึ้น (L ขึ้น และสามารถ s on cup lump m province (a d3+Et2.5% d3+Et2.5% a วันฝนตกของทั้ าบขอจํากัดของ p lump weight (b). Vertical e ยางกอนถวยตอ ) มีปริมาณผล รเพิ่มขึ้นของผล Lacote et al, 2 ถลดจํานวนวัน p weight in ea a) and Khon K สรุป
Cup lump weight
(Kg/tree) a Cu p lum p wei ght (g /tree/ta pp in g) ทั้งสองพื้นที่มีคว งการผลิตยางพ (Kg tree-1) at error bars ind อตนตอครั้งกรีด ลผลิตยางกอนถ ลผลิตยางตอค 2010) สงผลให กรีดไดนอยลงก ach tapping ti Kaen province -0.3 0.6 0.9 1.2 1.5 Farm - 30 60 90 120 150 Far p p g (g pp g) วามแตกตางกั าราในแตละพื้น rubber tree p icate the stan ด (Figure 3) ถวยตอครั้งกรีด รั้งกรีดเกิดจาก ตนยางพาราผลิ กวาระบบกรีดที me (g tree-1 ta e (b). Vertical mer’s system rmer’s system กัน อยางไรก็ นที่อยางชัดเจน plantations in ndard deviatio พบวา ระบบก ี ดสูงกวาระบบก กคุณสมบัติของ ลิตน้ํายางไดปริ ที่เกษตรกรใช apping-1) at ru error bars ind d3+Et2 d3+E ตามควรมี น Buriram on. รีดแบบลด กรีดตามวิธี งเอทธิลีนที่ ริมาณมาก ubber dicate the .5% Et2.5%
Figure 3 Effect of tapping systems on cup lump weight in each tapping time (g tree-1 tapping-1) at rubber tree
plantations in Buriram province (a) and Khon Kaen province (b). Vertical error bars indicate the standard deviation.
สรุป การใช้ระบบกรีดแบบลดวันกรีดร่วมกับการใช้ เอทธิลีน (S/3 d3 ET 2.5%) สามารถลดจ�านวนวันกรีด โดยผลผลิตรวมมีปริมาณไม่ลดลง เนื่องจากการใช้ เอทธิลีนช่วยเพิ่มระยะเวลาการไหลของน�้ายางพารา ท�าให้ผลผลิตแต่ละครั้งกรีดมีปริมาณเพิ่มขึ้น ค�ำขอบคุณ การวิจัยครั้งนี้ได้รับงบประมาณทุนอุดหนุนบาง ส่วนจากโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนตาม แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และได้รับงบประมาณจากกลุ่มวิจัย “การพัฒนาองค์ ความรู้ทางด้านยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” มหาวิทยาลัยขอนแก่น เอกสำรอ้ำงอิง ธวัชชัย ทองแป้น และสายัณห์ สดุดี. 2558. ผลของการให้ เอทธิลีนในระบบกรีดที่แตกต่างกันต่อการตอบสนองของ ต้นยางพาราอายุ 11 ปี. แก่นเกษตร. 43(3): 487-494. ส�านักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2557. ความส�าคัญยางพารา. แหล่ง ข้อมูล: https://goo.gl/yRcwpd. ค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2559 สถาบันวิจัยยาง. 2558. ปริมาณและมูลค่าการส่งออกยางพารา ของประเทศไทย. แหล่งข้อมูล: https://goo.gl/LwuvNs. ค้นเมื่อ 20 มีนาคม 2559.
Kudaligama, K. V. V. S., V. H. I. Rodrigo, K. M. E. P.Fernando, and P. A. J. Yapa. 2010. Response of low frequency harvesting systems of rubber under drier climatic
conditions in Sri LanKa. Proceedings of the 15th
International Forestry and Environment Symposium, University of Sri Jayewardenepura. Sri Lanka 26-27 November 2010. pp. 62-69.
Lacote, R., O., Gabla, S., Obouayeba, J.M., Eschbach, F., Rivano, K. Dian, and E. Gohet. 2010. Long-term effect of ethylene stimulation on the yield of rubber trees is linked to latex cell biochemistry. Field Crops Research. 115: 94–98.
Soumahin, E.F., S. Obouateba, and P.A. Anno. 2009. Low tapping frequency with hormonal stimulation On He-vea brasiliensis clone PB 217 reduces tapping man-power requirement. J. Anim. Plant Sci. 2: 109-117. Soumahin, E.F., S. Obouateba, K.E. Dick, D.O. Dogbo,
and A.P. Anno. 2010. Low intensity tapping systems applied to clone PR 107 of Hevea brasiliensis (Muell. Arg.): Results of 21 years of exploitation in south-east-ern Cote d’Ivoire. Afr. J. Plant Sci. 4: 145-153. Traore, M.S., M. Diarrassouba, K.M. Okoma, K.E. Dick, E.F.
Soumahin, L.F. Coulibaly, and S. Obouayeba. 2011. Long-term effect of different annual frequencies of ethylene stimulation on rubber productivity of clone GT1 of Hevea brasiliensis (Muell. Arg.) in south east of Cote d’Ivoire. Agric. Biol. J. N. Am. 2: 1251-1260